ร้อนฉ่า! สรรหากรรมการสภาฯ มรภ.เพชรบูรณ์ ส่อเค้าสุ่มเสี่ยง สั่งตำรวจ-รปภ. กันสื่อพ้นที่ประชุม
จับตากระบวนการสรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ อย่างใกล้ชิด หลังมีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าสู่กระบวนการจำนวน 39 ราย คัดเลือกให้เหลือ 22 ราย
จึงเกิดประเด็นร้อนเกิดขึ้น
เมื่อมีผู้บริหารแสดง อาการ "ร้อนลน"
จนถึงขั้นใช้อำนาจเกินกว่าเหตุในการกีดกันสื่อมวลชน
ออกมาจากพื้นที่สาธารณะของมหาวิทยาลัย ด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม
สะท้อนให้เห็นถึง ภาวะวิกฤตทางจิตวิทยาเชิงอำนาจและโครงสร้างที่ผิดปกติของกลุ่มปัญญาชน
อย่างชัดเจน
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสามารถวิเคราะห์ได้ว่า
กลุ่มผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจกำลัง "กลัว" สิ่งใด
จนแสดงพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการเสียจริยธรรมและธรรมาภิบาลเช่นนี้ เป็นเพราะกลัว
"ความจริงและความโปร่งใส" ชะล้างกลไกที่จัดวางไว้หรือไม่
ในกระบวนการสรรหาหรือเลือกตั้งกรรมการสภาฯ หากกระบวนการนั้นบริสุทธิ์ยุติธรรม
เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
ย่อมไม่มีเหตุผลใดต้องหวาดกลัวกล้องหรือการทำข่าวของสื่อมวลชน
หรือกลัวว่าการทำข่าวของสื่อจะเปิดแผลให้สังคมเห็น "ความตื้นลึกหนาบาง" ในการลงคะแนน
การล็อกเสียง หรือการวางตัวบุคคลที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน
หรือเป็นเพราะกลัวการตรวจสอบ ความโปร่งใสจึงกลายเป็น "ศัตรู"
และเลือกรีบใช้อำนาจปิดประตูเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้ตามที่วางแผนไว้ คำว่า
"ปัญญาชน" ควรหมายถึงผู้ที่ใช้วิสัยทัศน์ เหตุผล และกฎเกณฑ์ทางปัญญาในการปกครอง
แต่เมื่อเข้าสู่โหมดการแข่งขันครองอำนาจ
บทบาทของนักบริหารอุดมศึกษากลับถดถอยไปสู่การใช้ "อำนาจดิบ" สภาวะร้อนลน
เกิดจากภาวะกลัวการสูญเสียอำนาจ เมื่อรู้ว่าตนเองกำลังสวมหมวกสองใบ
เป็นทั้งผู้เล่น (ผู้สมัคร) และผู้คุมกฎ (ผู้บริหาร) จึงเกิดภาวะหวาดระแวง
ว่าการถูกจับตามมอง ติดตามตรวจสอบ และ เฝ้ามอง
ของสื่อจะทำให้ตนเองหมดความสง่างามและความชอบธรรม
สถาบันอุดมศึกษาเป็นสถานที่สร้างและบ่มเพาะคนรุ่นใหม่เรื่องสิทธิ เสรีภาพ หลักธรรมาภิบาล และการตรวจสอบถ่วงดุล แต่พฤติกรรมที่แสดงออกกลับเป็นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง กลับหลักการที่สอนในห้องเรียน ถึงหลักประชาธิปไตยและการตรวจสอบ เสรีภาพในการรับรู้ของประชาชน หรือแม้กระทั่งผลประโยชน์ทับซ้อนต้องหลีกเลี่ยง แต่ พฤติกรรมที่แสดงออกจริง กลับกีดกันถึงกับต้องแจ้ง 191 มาควบคุมสื่อ อ้างสถานที่ราชการ ตลอดจนการใช้อำนาจบริหารในสั่งการ รปภ. ประหนึ่งว่าสื่อมวลชนมาก่อกวน หรือสร้างความเดือดร้อน ที่ต้องจัดการ การกระทำดังกล่าวไม่ได้ช่วยปกป้องเกียรติของสถาบันหรือผู้บริหาร แต่กลับยิ่งเป็นการ "ชี้โพรงให้กระรอก" และตอกย้ำให้สังคมและชุมชนเพชรบูรณ์ตั้งข้อสงสัยเพิ่มเป็นเท่าตัว ต่อให้บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถจริง แต่ชัยชนะนั้นจะถูกประทับตราด้วย "ข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใส" ไปตลอดวาระ
มหาวิทยาลัยราชภัฏซึ่งควรเป็น
"ที่พึ่งของชุมชน"
กลับทำให้สังคมรู้สึกว่ากำลังถูกยึดครองด้วยกลุ่มคนที่ไม่เคารพกระบวนการตรวจสอบสาธารณะ...
ชาติ วิกสิตโกมุท บรรณาธิการ
ข่าวเพชรชัยออนไลน์


ไม่มีความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น