รายงานพิเศษ.......ศรัทธาสถิต มนต์เสน่ห์แห่งลำน้ำป่าสัก สืบสานตำนาน “ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ” พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์หนึ่งเดียวในโลก
แฟ้มภาพ : ภาพบรรยากาศ ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ
ยามเมื่อลมสารทพัดผ่าน
ในวันแรม 15
ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี ลำน้ำป่าสัก ณ
จังหวัดเพชรบูรณ์
จะเนืองแน่นไปด้วยมหาชนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีกรรมอันเข้มขลัง
“ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ” มรดกทางวัฒนธรรมและตำนานความศรัทธาอันยาวนานกว่า 400
ปี ซึ่งเริ่มจัดขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2522 จวบจนปัจจุบัน
ภาพอันตื่นตาตื่นใจของพ่อเมืองเพชรบูรณ์ผู้ก้าวลงสู่กระแสน้ำเชี่ยวกรากกลางแม่น้ำป่าสัก
พร้อมประคอง "พระพุทธมหาธรรมราชา"
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของแม่น้ำ และกรมการเมืองทั้ง 4 มิใช่เพียงงานรื่นเริงประจำปี หากแต่เป็นกุศโลบายอันลึกซึ้งชาญฉลาดจากบรรพชนแห่งผู้นำ
และเป็นมรดกทางความคิดที่หลอมรวมคน สายน้ำ และศาสนาเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน
แฟ้มภาพ : ภาพบรรยากาศ ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ
จากตำนานความอัศจรรย์กว่า
4 ศตวรรษ จุดเริ่มต้นแห่งศรัทธามิได้เกิดจากคำสั่งของชนชั้นปกครอง
แต่ผุดพรายขึ้นมาจากวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านในสมัยอยุธยา (ราวพุทธศตวรรษที่ 21)
การค้นพบปาฏิหาริย์ กลุ่มชาวประมงออกหาปลาบริเวณวังสะพุง (ท่าน้ำหน้าวัดไตรภูมิ)
แต่กลับจับปลาไม่ได้เลยแม้แต่ตัวเดียว ทันใดนั้นเกิดเหตุการณ์อัศจรรย์
พบเห็นสายน้ำพวยพุ่งขึ้นมาคล้ายน้ำเดือด ก่อนที่พระพุทธรูปปางมารวิชัย
หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ศิลปะลพบุรี จะผุดขึ้นมาเหนือน้ำ
ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วัดไตรภูมิ
การปรากฏองค์ลึกลับ ต่อมาองค์พระได้หายไปจากวิหารอย่างไร้ร่องรอย ก่อนจะพบว่าพระพุทธรูปปางมารวิชัย
ลอยกลับมาอยู่ที่จุดเดิมในแม่น้ำป่าสักอีกครั้ง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำๆ
จนชาวบ้านเชื่อว่าองค์พระมีความศักดิ์สิทธิ์และปรารถนาให้ประกอบพิธีบวงสรวงอัญเชิญลงดำน้ำเป็นประจำทุกปี
พระพุทธมหาธรรมราชา
พุทธศิลป์และจิตวิญญาณแห่งเพชรบูรณ์
พระพุทธมหาธรรมราชาเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ
ศิลปะสมัยลพบุรี (พุทธศตวรรษที่ 16 ร่วมสมัยขอมโบราณ) หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์
ไม่มีฐาน หน้าตักกว้าง 13 นิ้ว สูง 18 นิ้ว
พระพักตร์กว้าง พระโอษฐ์แบะ พระกรรณยาว
ตามความเชื่อทางประวัติศาสตร์
เชื่อกันว่า พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด (อำเภอหล่มสักในปัจจุบัน)
เคยได้รับพระราชทานพระพุทธรูปองค์นี้มาจากพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์ขอมโบราณ
ก่อนจะตกทอดมาเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวเพชรบูรณ์
พิธีกรรม
กุศโลบายและพันธสัญญาแห่งผู้นำ
ดร.วิศัลย์
โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์
ได้ศึกษาสืบทอดร้อยเรียงภูมิปัญญาอันแยบคายที่บรรพชนแฝงไว้ในจารีตประเพณีนี้....
1. การทำความสะอาดเมืองและการพิทักษ์สายน้ำ
ก่อนพิธีดำน้ำ
เจ้าเมืองจะต้องเดินย่ำเท้าพาขบวนแห่ไปรอบเมือง
ทำให้ข้าราชบริพารและชาวบ้านต้องพร้อมใจกันปัดกวาดเช็ดถูบ้านเมืองจนสะอาดสะอ้าน
ขณะเดียวกัน การที่เจ้าเมืองต้องลงไปยืนแช่น้ำและดำผุดดำว่ายในลำน้ำป่าสัก
ก็เป็นเครื่องเตือนใจมิให้ผู้นำปล่อยให้น้ำเน่าเสีย เพราะหากน้ำเน่า
เจ้าเมืองนั่นเองที่จะต้องลงไปสัมผัส
ทั้งยังสร้างจิตสำนึกให้ชาวบ้านละเว้นการทิ้งขยะสิ่งปฏิกูลลงแม่น้ำ
2. ภูมิปัญญาจัดการธรรมชาติผ่านการเสี่ยงทาย 6 ครั้ง
ในพิธี ณ ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร ผู้ว่าราชการจังหวัด (พ่อเมือง) จะเป็นผู้อัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชา พระคู่บ้านคู่เมือง ลงดำน้ำ ร่วมกับตัวแทนกรมการเมืองทั้ง 4 ได้แก่ เวียง วัง คลัง นา ซึ่งก็คือระบบการปกครองส่วนกลางในสมัยโบราณของไทย หรือที่เรียกว่า "จตุสดมภ์" อันหมายถึงเสาหลักทั้ง 4 ต้นที่ใช้บริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่สมัยอยุธยา โดย 4 หน่วยงานหลัก (จตุสดมภ์) ได้แก่
กรมเวียง
(เมือง) ดูแลความสงบเรียบร้อย, ปราบปรามโจรผู้ร้าย, และตัดสินคดีความร้ายแรงในเมืองหลวง
กรมวัง
ดูแลกิจการในราชสำนัก, งานพระราชพิธี, และพิจารณาคดีความของคนในวัง
กรมคลัง
จัดเก็บภาษีอากร, ดูแลรายได้ของแผ่นดิน, และติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ
กรมนา
ส่งเสริมการทำมาหากิน, ดูแลที่ทำกินของราษฎร, และสำรองเสบียงอาหารไว้ใช้ยามสงคราม
ตัวแทนเหล่านี้ได้รับการคัดเลือกจากประชาชนหลากหลายอาชีพมาร่วมยืนประกบสี่ทิศ
โดยพิธีจะทำการดำน้ำรวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง
ซึ่งทิศทางการดำน้ำจะขึ้นอยู่กับผลการบวงสรวงและเสี่ยงทายต่อหน้าองค์พระ:
หันสู่ทิศเหนือ
(ทิศต้นน้ำ) เพื่อวิงวอนขอฟ้าฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล พืชผลธัญญาหารอุดมสมบูรณ์
หันสู่ทิศใต้
(ทิศปลายน้ำ) เพื่อปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ สิ่งชั่วร้าย
และความทุกข์ยากให้ลอยมลายไปกับกระแสน้ำ
3. พันธสัญญาแห่งผู้นำ
คำอธิษฐานกลางสายน้ำมิใช่เรื่องงมงาย
แต่เป็นเสียงเตือนสติและสัจจะของผู้นำ ยามที่นายศรัณยู มีทองคำ
ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ก้าวลงสู่สายน้ำป่าสัก คือภาพแทนของการถอดวางอำนาจ
แล้วใช้สองมือประคององค์พระต้านกระแสน้ำเชี่ยวกราก
เพื่อแบกรับความสุขความปลอดภัยของราษฎรไว้เหนือสิ่งอื่นใด
จากรากเหง้าโบราณ
สู่ลมหายใจของคนรุ่นใหม่
เพื่อให้มรดกทางความคิดนี้คงอยู่
ดร.เสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์
ได้เชื่อมโยงศรัทธาดั้งเดิมเข้ากับคนรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิดหลัก
"ศรัทธาสถิตมั่นคง ดำรงอยู่ในธรรมะ"
เพื่อตอกย้ำว่ารากเหง้าทางวัฒนธรรมจะไม่ถูกตัดขาดจากกระแสการพัฒนา
สำหรับในปีนี้จังหวัดเพชรบูรณ์
ได้กำหนดการงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2569
ระหว่าง วันที่ 8 – 17 ตุลาคม
พ.ศ. 2569
ชมขบวนแห่ทางบก วันที่ 10 ตุลาคม
พ.ศ. 2569 (ตระการตารอบเมืองเพชรบูรณ์)
พิธีอุ้มพระดำน้ำ
(วันแรม 15 ค่ำ เดือน 10) ในเช้าวันที่
11 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ณ
ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร (บริเวณวังมะขามแฟบ)
สายธารแห่งศรัทธาที่ไม่เคยเหือดแห้ง
ประเพณีอุ้มพระดำน้ำจึงมิใช่เพียงภาพความขลังบนหอคอยสูง
มิได้จมหายไปกับก้นบึ้งของแม่น้ำ หากแต่คือ “ภูมิปัญญาแห่งความกตัญญูต่อสายน้ำ
สำนึกความรับผิดชอบของผู้นำ และพลังศรัทธาบริสุทธิ์ของชุมชน”
ที่หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ตราบใดที่แม่น้ำป่าสักยังคงไหลริน
ผู้นำยังคงรักษาสัจจะต่อแผ่นดิน และหัวใจของคนเพชรบูรณ์ยังคงยึดมั่นในสัจจะ
จิตวิญญาณแห่ง “ศรัทธาสถิต”
จะยังคงดำรงอยู่อย่างมั่นคงคู่แผ่นดินเพชรบูรณ์ตราบนานเท่านาน
ชาติ
วิกสิตโกมุท
บรรณาธิการข่าวเพชรชัยออนไลน์



ไม่มีความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น