รายงานพิเศษ................วิกฤตมะขามหวานเพชรบูรณ์ 5 สัญญาณอันตราย ฟันเฟืองที่ถูกบิดเบือน ด้วยกลไกการจัดการอย่างแยบยลด้านการเงินผ่านนอนินี
รายงานพิเศษ...................วิกฤตมะขามหวานเพชรบูรณ์
5 สัญญาณอันตราย ฟันเฟืองที่ถูกบิดเบือน ด้วยกลไกการจัดการอย่างแยบยลด้านการเงินผ่านนอนินี
เมื่อเสียงร้องจากผู้ประกอบธุรกิจแปรรูปมะขามหวาน ของจังหวัดเพชรบูรณ์พบความผิดปกติถึงปัญหามะขามหวานเพชรบูรณ์ สินค้า GI อัตลักษณ์หนึ่งเดียวของไทย ว่ากำลังเผชิญกับสถานการณ์ "รุกฆาต" จากกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาในรูปแบบ นอมินี (Nominee) ซึ่งไม่ได้เข้ามาเพื่อส่งเสริม แต่เป็นการ "กินรวบห่วงโซ่อุปทาน" ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
1. การใช้อำนาจเงินนอกระบบ "ตกเขียว" ตั้งแต่ยังไม่ออกดอก กลุ่มทุนนอมินีใช้ความได้เปรียบด้านเงินทุนมหาศาลที่ตรวจสอบที่มาไม่ได้ เข้าทำสัญญา "ตกเขียว" กับเกษตรกรตั้งแต่มะขามยังไม่ออกดอก โดยวางเงินมัดจำเพียงบางส่วน (20-30%) เพื่อจองผลผลิตทั้งสวนไว้ล่วงหน้า ทำให้เกิดการผูกขาดวัตถุดิบตั้งแต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง
2. "สภาวะจำยอม" ของเกษตรกร,ผู้ประกอบการ และวิกฤตแรงงาน เกษตรกรจำนวนมากต้องยอมรับเงื่อนไขของกลุ่มทุนเหล่านี้ ไม่ใช่เพราะความพึงพอใจ แต่เป็นเพราะ "จำยอม" เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการเก็บเกี่ยวและคัดแยกฝักมะขาม ซึ่งกลุ่มทุนนอมินีเข้ามาอุดช่องว่างนี้ด้วยการจัดตั้งระบบบริหารจัดการแรงงานและขนส่งอย่างเป็นระบบแบบที่เกษตรกรรายย่อยทำเองไม่ได้
3. การทำลายมาตรฐาน GI และการ "ซื้อเหมาเข่ง"
ล้งนอมินีใช้วิธีรับซื้อแบบ "เหมาสวน-เหมาเข่ง" โดยไม่มีการคัดแยกสายพันธุ์ ไม่สนการคัดเกรดคุณภาพมะขาม แหล่งที่มาของมะขามและไม่แยกหวาน-เปรี้ยว สิ่งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์สินค้า GI ที่ไม่ได้มาตรฐานและความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ทำให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นในมาตรฐานมะขามหวานเพชรบูรณ์
4. เสียงโอดครวญจากผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ "เจ้าถิ่น" จากผู้รับซื้อ มาสู่ "ผู้ขอซื้อต่อ"
ปัจจุบันผู้ประกอบการท้องถิ่นกำลังถูกบีบให้ตายทั้งเป็น เนื่องจากกลุ่มทุนนอมินีที่ได้เปรียบด้านเงินทุน ทุ่มทุบตลาด กว้านซื้อวัตถุดิบไปจนเกลี้ยง จนผู้ประกอบการไทยต้องกลายมาเป็นผู้ขอซื้อต่อจาก "ล้งต่างชาติ" ผ่านนอมินี ในราคาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น แถมยังได้สินค้าคละเกรดที่ยากต่อการนำไปคัดแยกแปรรูปหรือจำหน่ายให้ได้มาตรฐานเป็นปัญหาต่อผู้บริโภค
5. การถือครองที่ดินแฝงและอำนาจเหนือตลาด
มีแนวโน้มการเข้าถือครองพื้นที่เพาะปลูกผ่านนอมินีที่เป็นคนไทย ซึ่งนอกจากจะผิดกฎหมายที่ดินแล้ว ยังเป็นการทำลายอธิปไตยทางอาหารของจังหวัดในระยะยาวข้อเท็จจริงที่น่ากังวล ความเงียบท่ามกลางความผิดปกติ
แม้ที่ผ่านมาจะมีการนำประเด็นนี้เข้าสู่ที่ประชุม คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.จังหวัด) แล้ว แต่เรื่องก็เงียบหาย รวมถึงการตรวจสอบของบางหน่วยงานที่อ้างว่าได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วก็ไม่พบความผิดปกติ ทั้งที่พฤติกรรมการกว้านซื้อและการหมุนเวียนเงินมหาศาลนั้นขัดกับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ....
"เมื่อเสียงจิ้งจกร้องทัก" ก็ต้องรับฟัง ภาครัฐโดยเฉพาะหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ก็ไม่ควรมองข้าม
ปัญหาเรื่องนี้ควรได้รับการดูแลติดตามอย่างใกล้ชิดและควรมีกลไกในการตรวจสอบเชิงรุก ไม่ควรมองหรือปล่อยให้เป็นเรื่องกลไกทางการตลาดเพียงอย่างเดียว ฝากถึง "ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์" ได้หันมาติดตามตรวจสอบ เพื่อจะไม่ทำให้ "มะขามหวานเพชรบูรณ์" สินค้า GI อัตลักษณ์หนึ่งเดียวของไทย เหลือเพียงชื่อ
เพื่อป้องกันการผูกขาด การทุ่มตลาด จากกลุ่มทุนที่เข้ามาประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในพื้นที่อย่างจริงจังบังคับใช้กฎหมายสินค้า GI และมาตรฐานมะขามหวานเพชรบูรณ์ เพื่อรักษาชื่อเสียงของจังหวัดฯ แก้ปัญหาสัญญาไม่เป็นธรรม สร้างกลไกคุ้มครองเกษตรกรในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อป้องกันการทิ้งมัดจำเมื่อราคามะขามในตลาดตกต่ำ จัดตั้ง "ศูนย์แรงงานและคัดเกรดส่วนกลาง" เพื่อช่วยเกษตรกรให้หลุดพ้นจากสภาวะจำยอมที่ต้องพึ่งพาล้งนอมินีเพียงเพราะขาดแรงงานเก็บเกี่ยว
ซึ่งหากปล่อยให้กลุ่มทุนนอมินี กลืนกินห่วงโซ่มะขามหวานไปมากกว่านี้ ไม่เพียงแต่เกษตรกรจะสูญเสียอาชีพ แต่คนไทยจะสูญเสีย "อธิปไตยทางเศรษฐกิจ" ในพืชอัตลักษณ์ของเราเองไปตลอดกาล ถึงเวลาที่ภาครัฐต้อง "บังคับใช้กฎหมาย" มากกว่าแค่ "รับเรื่องร้องเรียน”
“ขุนพลเพชรบูรณ์” เพชรชัยออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น