Facebook

เพชรชัยออนไลน์.........เตรียมติดตามอ่านหนังสือการ์ตูน ขุมทรัพย์ศรีเทพ มรดกเหนือกาลเวลา เร็วๆนี้

เกษตรกรภูทับเบิกแจ้งความอินฟลูฯ ดัง ไลฟ์บิดเบือน "กะหล่ำปลีทำควายตาย"

 

          เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2569 นายพันธุ์นุวัฒน์ โรจนคีรีไพศาล ตัวแทนเกษตรกรชาวม้งภูทับเบิก พร้อมทีมกฎหมาย ได้เป็นผู้แทนเกษตรกรจำนวน 93 ราย เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าพล อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เพื่อดำเนินคดีกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังรายหนึ่ง หลังจากได้รับความเสียหายอย่างหนักจากพฤติกรรมบิดเบือนข้อมูล

       กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากอินฟลูเอนเซอร์คนดังกล่าวได้ไลฟ์สดผ่านแพลตฟอร์ม TikTok โดยอ้างว่ากะหล่ำปลีภูทับเบิกมีสารเคมีอันตราย พร้อมระบุว่าตนนำไปให้ควายและนกกระจอกเทศที่เลี้ยงไว้กินจนถึงแก่ความตาย โดยพูดในลักษณะด้อยค่าว่า "ขนาดควายกิน ควายยังตาย แล้วคนกินจะเป็นอย่างไร" อีกทั้งยังมีพฤติกรรมทุ่มทำลายและกระทืบกะหล่ำปลีโชว์ในไลฟ์ โดยไม่มีหลักฐานซากสัตว์ที่ตายมายืนยันแต่อย่างใด



          การเผยแพร่คลิปดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีอันดับต้นๆ ของประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าซื้อกลับไปเป็นของฝาก ยอดขายและรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ทรุดตัวลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะบนภูทับเบิก (อ.หล่มเก่า) ต.เข็กน้อย (อ.เขาค้อ) ตลอดจนพื้นที่เกี่ยวเนื่องในอีกหลายจังหวัด 

       ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาในเรื่องนี้ ทำให้นายยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 2 นำไปอภิปรายในสภาฯ และนางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร จังหวัดเพชรบูรณ์ เขต 1 ในฐานะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้นำปัญหาดังกล่าวเข้าหารือในคณะกรรมาธิการฯ อีกทางหนึ่งด้วยเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

         ล่าสุด หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์ และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ผลปรากฏว่า ไม่พบสารเคมีหรือสารพิษใดๆ ที่จะเป็นสาเหตุให้ควายและนกกระจอกเทศตายได้

      พร้อมกันนี้ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์ได้ออกมายืนยันว่า ที่ผ่านมามีการควบคุม ติดตาม ตรวจสอบ และให้ความรู้แก่เกษตรกรอย่างสม่ำเสมอ จึงมั่นใจได้ว่าสารเคมีตกค้างในกะหล่ำปลีไม่เกินค่ามาตรฐาน และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคแน่นอน

      ขณะเดียวกันปศุสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์ ก็ได้แจ้งผลการพิสูจน์ทางแล็ปว่าจากการนำซากนกกระจอกเทศและเศษกะหล่ำปลีในที่เกิดเหตุไปตรวจพิสูจน์ ไม่พบสารอื่นใดที่จะเป็นสาเหตุทำให้ควายและนกกระจอกเทศตายได้ เช่นกัน

       จากการไลฟ์สดของอินฟลู ที่ไม่ข้อมูลรูปภาพเชิงประจักษ์ที่พิสูจน์ความจริงได้ กลุ่มเกษตรกรจึงรวมตัวมอบหมายให้ทนายความนำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ สภ.ท่าพล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา "นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์" พร้อมเรียกร้องให้อินฟลูเอนเซอร์รายนี้ออกมาขอโทษเกษตรกรและสาธารณชนอย่างเป็นทางการ รวมถึงต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วย



เพชรชัยออนไลน์

 

 


ไม่มีความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น


Popular Posts

ขับเคลื่อนโดย Blogger.