กรมอนามัย เตือนมะขามหวานขึ้นรากินไม่ได้ แต่มะขามหวานไม่ขึ้นราคุณค่าโภชนาการเพียบ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนไม่ควรกินมะขามที่มีเชื้อราปะปน เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เผยคุณค่าโภชนาการในมะขามหวานสุก ช่วยระบบขับถ่าย มีวิตามินซีสูง แต่หากกินในปริมาณที่มากเกินไปอาจได้รับพลังงานเกินได้
ภายหลังนายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ออกมากินมะขามหวานที่มีเชื้อราขาวโชว์ โดยอ้างอิงงานวิจัยของนักวิชาการที่ระบุว่า “ราขาวมะขามหวาน หรือราน้ำตาล กินได้ไม่เป็นอันตราย” จนเป็นข่าวที่ผู้คนให้ความสนใจ
กระทั่งต่อมาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 สื่อมัลติมีเดียของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ก็ได้เผยแพร่ข่าว "กรมอนามัย เตือนมะขามหวานขึ้นรากินไม่ได้
แต่มะขามหวานไม่ขึ้นราคุณค่าโภชนาการเพียบ"
โดยนายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย ได้กล่าวว่า
จากกรณีข่าวมะขามหวานขึ้นรากินได้
ซึ่งอ้างอิงงานวิจัยที่ระบุว่าเป็นเชื้อราที่ไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพนั้น
พบว่าเชื้อราที่แยกได้จากมะขามหวานในการวิจัยทั้งหมดเป็นเชื้อราที่ไม่สร้างสารพิษและไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
แต่กรมอนามัยขอให้ประชาชนเลือกกินเฉพาะมะขามที่ไม่ขึ้นราดีกว่า
เพราะมะขามหวานที่ขึ้นราอาจมีการปนเปื้อนเชื้อราชนิดอื่นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
เชื้อราที่พบในมะขามหวานแต่ละสายพันธุ์จะสร้างสารพิษต่างชนิดกัน
โดยสามารถจำแนกสารพิษจากราเป็นกลุ่ม ดังนี้ 1) Aflatoxins 2) Ochratoxins 3) Zearalenone และ 4) Trichothecenes เชื้อราดังกล่าวก่อให้เกิดอาการ พิษต่อตับโดยเฉพาะกลุ่มเด็กอายุ 3 -
8 ขวบและอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งตับได้
และส่งผลเสียต่อร่างกายจนถึงขั้นเสียชีวิตเช่น อาการไข้ ปวดท้อง
อาเจียน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ถ่ายปัสสาวะเป็นเลือด ไตวายเรื้อรัง
ทำลายเซลล์ในไขกระดูก เซลล์บุเยื่อเมือกของทางเดินอาหาร และทำลายระบบภูมิคุ้มกัน
โรคตับอักเสบเฉียบพลัน โรคมะเร็งตับ เป็นต้น นอกจากนี้เชื้อราในกลุ่ม Zearalenoneยังเกิดผลกระทบต่อหมู แต่ยังไม่มีรายงานการเกิดพิษจากสารนี้ในมนุษย์
“ทั้งนี้ มะขามหวานสุก ถือเป็นผลไม้ยอดนิยมตามฤดูกาลของไทย
มีประโยชน์และคุณค่าโภชนาการ เพราะช่วยเรื่องระบบขับถ่าย มีวิตามินซีสูง
ช่วยบรรเทาอาการโรคเบาหวานชนิดน้ำตาลในเลือดน้อย ช่วยสมาน
และรักษาแผลในกระเพาะอาหาร และช่วยบำรุงธาตุบำรุงร่างกาย
แต่มะขามหวานก็เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานและคาร์โบไฮเดรตสูงเช่นเดียวกัน
โดยเนื้อมะขามหวานสุก 100 กรัม หรือ 1 ขีด ให้พลังงาน 332 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 80.30 กรัมโปรตีน 2.9 กรัม เบต้าแคโรทีน 156ไมโครกรัม วิตามินซี 75 มิลลิกรัม ซึ่งสูงกว่าส้ม ที่มีวิตามินซี 53.2 มิลลิกรัมและสตรอเบอร์รี่ ที่มีวิตามินซี 58.8 มิลลิกรัม ในปริมาณ 100 กรัมเท่ากันแต่ด้วยปริมาณพลังงานที่สูงมากดังนั้น จึงไม่ควรรับประทานมากเกิน 1ขีด ต่อ 1 วัน เพราะจะทำให้ได้รับพลังงานมากเกินความต้องการของร่างกายได้" รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว..
สื่อมัลติมีเดียกรมอนามัย
เพชรชัยออนไลน์


ไม่มีความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น